หน้าเว็บ

27 สิงหาคม 2556

คนตั้งท้องอยู่กับแมวได้ไหม :: How To Live with Cat for Pregnant Woman

ภูมิคุ้มกันเชื้อโรคของหยิงตั้งครรภ์จะอ่อนแอมากกว่าตอนปกติ.. ไม่แปลกที่สาวๆที่ตั้งครรภ์กลัวจะติดเชื้อโรคจากสัตว์ง่ายๆ โดยเฉพาะแมวที่มีพาหะนำโรคชนิดหนึ่งซึ่งเสี่ยงต่อผู้หญิงและทารกในครรภ์ หากบ้านใครไม่ได้เลี้ยงแมวก็สบายใจได้ เพราะไม่ต้องวุ่นวายจัดการพาเจ้าเหมียวไปปล่อยวัด แล้วบ้านคนที่เลี้ยงแมวล่ะ?? ต้องเอาปล่อยไปปล่อยวัด หรือเอาแมวไปฝากเพื่อนพี่น้องให้ช่วยเลี้ยงรึป่าว..?? คำตอบคือ.. ไม่จำเป็นค่ะ คุณผู้หญิงตั้งครรภ์และเด็กทารกในครรภ์สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าเหมียวได้อย่างปลอดภัย แต่จะต้องทำตาม ข้อควรปฏิบัติสำหรับหญิงตั้งครรภ์และแมว ต่อไปนี้ อย่างเคร่งครัด!

ก่อนจะเข้าเรื่องข้อควรปฏิบัติ ข้อเกริ่นนำเกี่ยวกับ เชื้อโรคในตัวแมว  แมวเป็นพาหะของพยาธิที่ทำให้ลูกในท้องเสี่ยงอันตรายจากโรคท็อกโซพลาสโมซิส ซึ่งอาการของโรคนี้ค่อนข้างร้ายแรง เพราะหากพยาธิดังกล่าวเข้าถึงตัวทารกเมื่อไหร่ ระบบประสาทตาและสมองก็จะถูกทำลายทันที ท็อกโซพลาสโมซิสเกิดจากปรสิตชื่อว่า Toxoplasma gondii นอกจากพบในแมวแล้ว ปรสิตชนิดนี้ยังมีปะปนอยู่ในผักสด และเนื้อดิบด้วย ซึ่งถ้าหากเข้าสู่ร่างกายคุณแม่ผ่านไปยังทารก หลังจากที่เด็กคลอดออกมาอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้น สมองและไขสันหลังอักเสบ หัวลีบแบน จอตากับสมองอักเสบ โดยเริ่มแรกจะแสดงออกมาในลักษณะเดียวกับการเป็นไข้หวัด คือ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น 

ดูจิ น่าสงสาร ต้องออกไปเผชิญโลกคนเดียวว

ข้อควรปฏิบัติสำหรับหญิงตั้งครรภ์และแมว
  1. ห้ามกินเนื้อดิบ ต้องเลือกกินอาหารปรุงสุกเท่านั้น ทั้งหญิงตั้งครรภ์และแมว สำหรับแมวใครที่ชอบกินอาหารดิบมาตั้งแต่เด็ก ก็ต้องออกแรงบังคับให้กินหน่อยละกันนะคะ
  2. พยายามให้แมวอยู่เฉพาะในบ้านหรือบริเวณบ้านเท่านั้น เพราะน้องแมวอาจจะย่องไปเจอเนื้อดิบ หรือไปเอาเชื้อโรคจากแมวตัวอื่นมาแพร่สู่ลุกในครรภ์ได้
  3. พาแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันพาหะนำโรคดังกล่าว ปรึกษากับสัตว์แพทย์เลยค่ะ ว่าในบ้านมีคนตั้งครรภ์ ช่วยฉีดวัคซีนให้เจ้าเหมียวที.. 
  4. ล้างมือทุกครั้งหลังหยิบจับสิ่งของต่างๆ และ ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร เนื่องจากภูมิคุ้มกันของหญิงตั้งครรภ์จะลดลงมากกว่าสภาวะร่างกายปกติ เพราะฉะนั้น เรื่องของความสะอาด จะต้องดูแลเป็นพิเศษ
  5. ถ้าต้องทำความสะอาดแมว อย่าลืมสวมผ้าปิดปาก ปิดจมูก กับสวมถุงมือด้วย 
  6. ห้ามนำแมวไปปล่อย เด็ดขาดดด!! และอย่ากลัวที่จะอยู่กับแมว เพราะความน่ารักอิโนเซ้นของแมวจะทำให้คุณอารมณ์ดี ส่งผลดีต่อเด็กน้อยในครรภ์
หากคุณคิดจะนำแมวไปปล่อยทิ้ง เพราะคิดว่าแมวอยู่ได้ สัญชาตญาณแมว คือ นักล่า นี้เป็นความคิดที่ผิดและอยากให้ปรับความคิดเสียใหม่.. แม้ว่าแมวจะเป็นนักล่า แต่แมวนั้นเติบโตถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงมมาตั้งแต่เล็ก มีคนคอยให้อาหารทุกมื้อ หากแมวเหมียวต้องออกไปอยู่ในโลกภายนอกตามลำพัง คงจะอยู่ไม่รอด T__T (แอดมินขอดราม่า.. พอดีนึกถึงแมวน้อยนอนตายอยู่หน้าบ้าน น่าสงสารมาก แต่ฝังศพมันไปละค่ะ ร้องไห้ตาบวมเลย) ...คงจะดีกว่าถ้ามาช่วยกันรักษาความสะอาด งดทานอาหารสุกดิบ ทำตามข้อปฏิบัติข้างบนอย่างเคร่งครัด เพื่อทั้งคน แมว และ ทารกน้อยจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.catthailand.com ซึ่งแปลจาก http://www.catster.com

23 สิงหาคม 2556

แพ้ขนแมวรักษาได้ :: Cure for Cat Allergy

ใน 5 ปีนับจากนี้ ยารักษาอาการแพ้ขนแมวจะกำเนิดขึ้น?? นักวิทยาศาสตร์ค้นพบตัวนำอาการแพ้แมว 

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งที่น่าฟัดน่ากอดมากกกกกกกก.. แต่สำหรับบางคนที่มีอาการแพ้ขนแมวดื้อๆ คือแค่อยู่ในรัศมีแมวก็เกิดอาการจาม คัดจมูก หายใจลำบากได้ง่ายๆ และคงต้องหักห้ามใจยอมไม่เข้าใกล้แมวอีกต่อไป

แต่ในที่สุดความหวังยังมี เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ทำการวิจัยและค้นพบตัวนำสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้ขนแมว คือ สารโปรตีนในขี้รังแค (หรือสะเก็ดผิวหนัง) ของเจ้าเหมียว นั่นเอง ซึ่งสารที่ว่านี้จะทำปฏิกริยากับสารเคมีที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์จนทำให้บางคนเกิดอาการแพ้

ดร. แคลร์ ไบรอันท์ จากมหาวิทยาลัย แผนกยารักษาสัตว์ กล่าวว่า เวลาที่แมวเลียขนตัวเองนั้น น้ำลาย ฮอร์โมนและเซลล์ผิวของแมวจะกระจายติดอยู่ที่ขน ทำให้สารโปรตีนดังกล่าวติดที่ขนแมวด้วย และเมื่อขนแมวร่วง ตามห้อง ทางเดิน อาคารบ้านเรือน สารที่ติดมากับขนก็จะอยู่กระจายทั่วๆบ้านเรือนถึงแม้ว่าจะไม่มีแมวอาศัยอยู่แล้วก็ตาม ซึ่งบางคนอาจจะเกิดอาการแพ้เฉียบพลันได้

การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นการค้นพบครั้งแรก ครั้งสำคัญที่ทำให้รู้ที่มาที่ไปของสาเหตุอาการแพ้ ถือเป็นโอกาสที่ทีมนักวิจัยจะผลิตยารักษาอาการแพ้แบบใหม่ๆ เพื่อต่อกรกับเจ้าโปรตีนในสะเก็ดผิวหนังของเจ้าเหมียว.. เพียงแค่สูดยาเข้าไปทางลมหายใจ เราก็จะสามารถกอดรัดฟัดเหวี่ยงเจ้าเหมียวได้ โดยปราศจากอาการแพ้!!!  โหะ โหะ โหะ  (เสร็จแน่เหมียวเอ๋ยยย..) และ ดร. แคลร์ ไบรอันท์ ยังหวังไว้อีกด้วยว่า การค้นพบครั้งนี้ จะสามารถคิดค้นยารักษาสำหรับคนแพ้ขนสุนัขได้เช่นเดียวกัน

มาเลกา ราห์มาน นักวิเคราะห์ผลวิจัยอังกฤษ เสริมด้วยว่า ผลงานวิจัยนี้ ค้นพบสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ถือเป็นก้าวแรกสำคัญที่จะนำไปสู่คิดค้นพัฒนายารักษาและบรรเทาอาการแพ้ขั้นรุนแรงได้ และ เมารีน เจนกิ้นส์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันโรคภูมิแพ้อังกฤษ ยังสนับสนุนผลการวิจัยครั้งนี้ด้วยว่า เป็นก้าวสำคัญเพื่อพัฒนาตัวยาชนิดใหม่รักษาอาการแพ้ขนแมวและสุนัข

เห็นพี่แมน การิน นักแสดงหนุ่มซึ่งเป็น CAT LOVER เช่นกัน ก่อนหน้านี้พี่แมนเป็นภูมิแพ้อย่างหนัก ซึ่งทำให้พี่แมนต้องเปลี่ยนจากเลี้ยงแมวขนๆ มาเลี้ยงแมวสฟิงซ์ เป็นแมวสายพันธุ์ที่มีขนบางๆ แต่ดูผิวเผินแล้วจะเหมือนเป็นแมวโล้นๆ ไร้ขน พี่แมนเคยให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่เปลี่ยนมาเลี้ยงแมวแมวสฟิงซ์ อาการแพ้ก็ค่อยๆดีขึ้น.. แต่หากอ้างอิงจากผลงานวิจัยข้างต้นนี้ การเลี้ยงแมวไม่มีขนไม่น่าจะทำให้อาการแพ้หายขาดได้ เพราะตัวการสำคัญคือ เจ้าสารโปรตีนที่ติดอยู่กับขี้ผิวหนังของแมว อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงแมวพันธ์ขนน้อยๆ ถือเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับคนรักแมวจริงๆ เพราะแมวขนบางๆไม่น่าจะมีขนร่วงมากเท่ากับแมวขนฟูๆ และการเลี้ยงแมวหนังโล้นๆ อาจจะช่วยลกการแพร่กระจายของสารตัวนำโรคภูมิแพ้ได้..  ^__^  ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คนรักแมวทุกๆคนนะคะ 

โฉมหน้าพี่แมน การิน ภาพจาก IG พี่แมน เข้ามา follow กันเยอะๆนะคะ @man_karin

เหมียวพันธุ์สฟิงซ์ของพี่แมน การิน ขอบคุณภาพจาก IG พี่แมนค่ะ @man_karin

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dailymail.co.uk
ปล. แอดมินแปลเอง.. 555  ผิดถูกตรงไหน บอกได้เลยนะคะ 

18 สิงหาคม 2556

วิธีดูแลลูกแมวกำพร้า :: How to be Kitty Step-Mom



“พบเหมียวน้อยร้องลั่นกลางดึก หนักใจ.. แม่เหมียวคลอดแล้วทิ้ง”

(ต่อจากพาดหัวข่าว) พบเหมียวทารก 3 ตัว ไม่ทราบเพศ ร้องลั่นกลางดึกข้างสวนหลังบ้าน เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุแจ้งว่า เหมียวทารกดังกล่าวขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ คาดว่าเพิ่งคลอดจากท้องแม่ได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง เจ้าของบ้านพบเหมียวน้อยในสภาพเปื้อนดิน ร้องแง๊วๆ ตัวแฉะ และตาทั้งสองข้างยังปิดสนิท “ได้ยินเสียงแง๊วๆ ต่อเนื่อง เลยเอะใจ เดินออกไปตามหาต้นเสียง และทันทีที่เห็นสภาพลูกแมว ดิฉันตกใจมากค่ะ” เจ้าของบ้านกล่าว 

เจ้าของบ้านยอมรับอีกว่า “ทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ เห็นแมวนอนแหมะ ตัวเล็กกระจิ๊ด ไม่รู้จะจัดการยังไง ไม่รู้ว่าถ้าอุ้มมันขึ้นมาแล้วจะตายรึป่าว เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวมาก่อนเลยค่ะ” เจ้าของบ้านยังประกาศผ่านสื่ออีกว่า ตนจะรับเลี้ยงเหมียวทารกทั้งสามตัวไว้เอง โดยไม่มอบต่อให้ใคร และยังเปิดใจอีกว่า ตนอยากมีสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ผู้ปกครองไม่มีใครอนุญาตเลย ตนจึงรู้สึกว่า เหตุการ์ณที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็น พรหมลิขิตและความโชคดี ที่ได้โอกาสดูแลชีวิตน้อยๆทั้งสามตัวเข้ามาเป็นสมาชิกในบ้าน 
- จบข่าว 

ข่าวจบ แต่สาระของเรายังมีต่อนะคะ ในบทความตอนนี้ แอดมินขอนำเสนอ วิธีการดูแล ลูกแมวกำพร้า เน้นในเรื่องของการให้นม ให้อาหาร ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากมาก ถ้าให้ไม่ถูกวิธี เจ้าเหมียวทารกอาจป่วยเป็นโรคได้ง่ายๆ แต่จะว่าไป เรื่องที่ลุกเหมียวทารกถูกทิ้ง เราอย่าเพิ่งไปโทษแม่เหมียวว่าโหดร้ายทารุณเลยนะคะ มองในอีกมุมนึง แม่เหมียวอาจจะออกไปหาอาหารให้ลูกๆ ขณะที่หาอาหารแม่เหมียวอาจประสบอุบัติเหตุพลัดหลงทางกลับมารังคลอดไม่ถูก เพราะแม่เหมียวที่เพิ่งคลอด สภาพร่างกายนั้นยังไม่แข็งแรง 100% และหากขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด อันตรายร้อยแปดพันเก้าก็สามารถเกิดขึ้นได้กับแม่เหมียวที่เหนื่อยล้าจากการคลอด ... โอเค! เข้าเรื่อง 

ทำไมต้องนมแพะ... ในร่างกายสุนัขหรือแมวไม่มีเอนไซม์ที่ใช้สำหรับย่อยนมวัวเหมือนกับเอนไซม์ที่มีในร่างกายพวกเรานะคะ เพราะฉะนั้นนมที่ลูกแมวกินได้นี้ จะต้องเป็นนมแมวโดยตรงเท่านั้น หรือถ้าไม่มีก็ต้องเป็น นมแพะ แทนค่ะ ถ้าให้นมวัวไปละก็.. ลูกเหมียวจะเสี่ยงมีอาการท้องอืดท้องเสีย และป่วยเป็นโรคได้ง่ายๆ เนื่องจากไม่มีภูมิคุ้มกันที่ถูกต้อง

ป้อนนมอย่างไร... วิธีการให้นมน้ำลูกเหมียวต้องให้อย่างระมัดระวังที่สุดนะคะ โดยจับลูกแมวให้นั่งแนวตั้งหรือนอนหมอบ และป้อนนมด้วยขวดนมสำหรับลูกแมวหรือหลอดไซริง ป้อนให้ช้าที่สุด ระวังอย่าให้สำลัก หากป้อนเร็วเกินไป แมวน้อยจะสำลักได้ง่ายๆ และถ้าสำลักสะสมลงปอดมากมากเข้าอาจทำให้เหมียวน้อยป่วยถึงขั้นเสียชีวิตได้

ให้นมลูกแมวโดยจับให้นั่งแนวตั้งหรือนอนหมอบ รูปภาพจาก www.click2vet.com

ควรให้นมมากขนาดไหน... ปริมาณการให้นมแก่ทารกเหมียวนั้นไม่ตายตัว หลักๆขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกเหมียว และที่สำคัญต้องให้อย่างช้าที่สุด ห้ามยัดเยียดให้ลูกเหมียวกินต่อถ้าไม่อยาก เก็บนมไว้ให้อีกครั้งอีก 1 ชม. ถัดไปหรือให้อีกทีเมื่อลูกเหมียวร้องหิวนมจะดีกว่านะคะ กรณีลูกเหมียวเอาใจยาก ร้องไม่หยุด ป้อนก็ร้อง ไม่ป้อนก็ร้อง เอ๊ะยังไง.. ไม่มั่นใจว่าอยากกินต่อหรืออยากหยุด ก็ค่อยๆให้ทีละนิด บ่อยๆ ซึ่งดีกว่าให้ทีเดียวเยอะๆ จะเสี่ยงสำลักลงปอดและท้องอืดท้องเสีย 

เหมียวน้อยกินนมได้อย่างเดียวเหรอ... ลูกเหมียวจะเริ่มกินอาหารอย่างอื่นนอกจากนมเมื่ออายุครบประมาณ 1 เดือน อาหารที่เหมาะสำหรับเหมียวทารกคือ อาหารอ่อนๆ หรือ ถ้าลงทุนหน่อยก็เลือกซื้ออาหารสำหรับแมวที่มีฉลากระบุว่า อาหารสำหรับแมวเด็ก ซึ่งอาหารสำหรับแมวเด็กจะมีธาตุและสารอาหารครบถ้วนเหมาะแก่การเจริญเติบโต ที่สำคัญหากต้องการปลี่ยนอาหารให้ลูกเหมียวน้อย จะต้องค่อยเป็นค่อยไป ห้ามเปลี่ยนอาหารทันที  ให้ร่างกายค่อยๆปรับตัว และเมื่อเหมียวน้อยครบ 2 เดือน ค่อยเริ่มหัดกินอาหารแข็ง โดยต้องค่อยๆปรับเปลี่ยนเช่นกัน 

เหมียวน้อยเมืองโตเกียว IG - cat_and_city (Account IG ของแอดมินเองค่ะ)

ข้อสังเกตุที่พลาดมิได้...
  1. สัญญาณแรกของการเจ็บป่วย คือ น้ำหนักลด น้ำหนักของลูกแมวจะเพิ่มขึ้น 50-100 กรัมต่อสัปดาห์ เมื่อลูกแมวอายุ 14 วัน น้ำหนักจะเพิ่มเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด ถ้าลูกแมวน้ำหนักไม่เพิ่มควรให้อาหารเพิ่มขึ้น 
  2. นอกจากเรื่องอาหารที่ต้องดูแลคือเรื่องการขับถ่าย หลังป้อนนมช่วงเช้าและเย็น ควรมีการกระตุ้นการขับถ่าย โดยการเอาสำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดรอบรูก้นและอวัยวะเพศเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย ป้องกันท้องอืดท้องเสีย
  3. อาการอืด ท้องจะค่อนข้างป่องนานผิดปกติหลังจากกินนมเสร็จ (ปกติเวลากินนมเสร็จท้องจะป่อง  และผ่านไปซักพัก ท้องจะยุบลงเอง)  และมีอาการอึดอัดไม่สบายตัวหรืออ่อนแรง ส่วนถ้าท้องเสีย เหมียวน้อยจะถ่ายเหลวเรี่ยราด
  4. โดยทั่วไปการอึของเหมียวน้อย ควรจะอึ 1-2 ครั้งต่อวัน
  5. ควรลูบหลังลูกแมวให้เรอระหว่างให้อาหารและหลังอาหารเพื่อป้องกันท้องอืด  
..Hope you enjoy your new little monster meow meow..

ขอบคุณข้อมูลจาก