ภูมิคุ้มกันเชื้อโรคของหยิงตั้งครรภ์จะอ่อนแอมากกว่าตอนปกติ.. ไม่แปลกที่สาวๆที่ตั้งครรภ์กลัวจะติดเชื้อโรคจากสัตว์ง่ายๆ โดยเฉพาะแมวที่มีพาหะนำโรคชนิดหนึ่งซึ่งเสี่ยงต่อผู้หญิงและทารกในครรภ์ หากบ้านใครไม่ได้เลี้ยงแมวก็สบายใจได้ เพราะไม่ต้องวุ่นวายจัดการพาเจ้าเหมียวไปปล่อยวัด แล้วบ้านคนที่เลี้ยงแมวล่ะ?? ต้องเอาปล่อยไปปล่อยวัด หรือเอาแมวไปฝากเพื่อนพี่น้องให้ช่วยเลี้ยงรึป่าว..?? คำตอบคือ.. ไม่จำเป็นค่ะ คุณผู้หญิงตั้งครรภ์และเด็กทารกในครรภ์สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าเหมียวได้อย่างปลอดภัย แต่จะต้องทำตาม ข้อควรปฏิบัติสำหรับหญิงตั้งครรภ์และแมว ต่อไปนี้ อย่างเคร่งครัด!
ก่อนจะเข้าเรื่องข้อควรปฏิบัติ ข้อเกริ่นนำเกี่ยวกับ เชื้อโรคในตัวแมว แมวเป็นพาหะของพยาธิที่ทำให้ลูกในท้องเสี่ยงอันตรายจากโรคท็อกโซพลาสโมซิส ซึ่งอาการของโรคนี้ค่อนข้างร้ายแรง เพราะหากพยาธิดังกล่าวเข้าถึงตัวทารกเมื่อไหร่ ระบบประสาทตาและสมองก็จะถูกทำลายทันที ท็อกโซพลาสโมซิสเกิดจากปรสิตชื่อว่า Toxoplasma gondii นอกจากพบในแมวแล้ว ปรสิตชนิดนี้ยังมีปะปนอยู่ในผักสด และเนื้อดิบด้วย ซึ่งถ้าหากเข้าสู่ร่างกายคุณแม่ผ่านไปยังทารก หลังจากที่เด็กคลอดออกมาอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้น สมองและไขสันหลังอักเสบ หัวลีบแบน จอตากับสมองอักเสบ โดยเริ่มแรกจะแสดงออกมาในลักษณะเดียวกับการเป็นไข้หวัด คือ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น
![]() |
| ดูจิ น่าสงสาร ต้องออกไปเผชิญโลกคนเดียวว |
ข้อควรปฏิบัติสำหรับหญิงตั้งครรภ์และแมว
- ห้ามกินเนื้อดิบ ต้องเลือกกินอาหารปรุงสุกเท่านั้น ทั้งหญิงตั้งครรภ์และแมว สำหรับแมวใครที่ชอบกินอาหารดิบมาตั้งแต่เด็ก ก็ต้องออกแรงบังคับให้กินหน่อยละกันนะคะ
- พยายามให้แมวอยู่เฉพาะในบ้านหรือบริเวณบ้านเท่านั้น เพราะน้องแมวอาจจะย่องไปเจอเนื้อดิบ หรือไปเอาเชื้อโรคจากแมวตัวอื่นมาแพร่สู่ลุกในครรภ์ได้
- พาแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันพาหะนำโรคดังกล่าว ปรึกษากับสัตว์แพทย์เลยค่ะ ว่าในบ้านมีคนตั้งครรภ์ ช่วยฉีดวัคซีนให้เจ้าเหมียวที..
- ล้างมือทุกครั้งหลังหยิบจับสิ่งของต่างๆ และ ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร เนื่องจากภูมิคุ้มกันของหญิงตั้งครรภ์จะลดลงมากกว่าสภาวะร่างกายปกติ เพราะฉะนั้น เรื่องของความสะอาด จะต้องดูแลเป็นพิเศษ
- ถ้าต้องทำความสะอาดแมว อย่าลืมสวมผ้าปิดปาก ปิดจมูก กับสวมถุงมือด้วย
- ห้ามนำแมวไปปล่อย เด็ดขาดดด!! และอย่ากลัวที่จะอยู่กับแมว เพราะความน่ารักอิโนเซ้นของแมวจะทำให้คุณอารมณ์ดี ส่งผลดีต่อเด็กน้อยในครรภ์
หากคุณคิดจะนำแมวไปปล่อยทิ้ง เพราะคิดว่าแมวอยู่ได้ สัญชาตญาณแมว คือ นักล่า นี้เป็นความคิดที่ผิดและอยากให้ปรับความคิดเสียใหม่.. แม้ว่าแมวจะเป็นนักล่า แต่แมวนั้นเติบโตถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงมมาตั้งแต่เล็ก มีคนคอยให้อาหารทุกมื้อ หากแมวเหมียวต้องออกไปอยู่ในโลกภายนอกตามลำพัง คงจะอยู่ไม่รอด T__T (แอดมินขอดราม่า.. พอดีนึกถึงแมวน้อยนอนตายอยู่หน้าบ้าน น่าสงสารมาก แต่ฝังศพมันไปละค่ะ ร้องไห้ตาบวมเลย) ...คงจะดีกว่าถ้ามาช่วยกันรักษาความสะอาด งดทานอาหารสุกดิบ ทำตามข้อปฏิบัติข้างบนอย่างเคร่งครัด เพื่อทั้งคน แมว และ ทารกน้อยจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.catthailand.com ซึ่งแปลจาก http://www.catster.com



